Leadership Development Skill
   Latest Photos

  โฆษณา / สาระน่ารู้ / ข่าวประชาสัมพันธ์

Current Articles | Categories | Search

Friday, May 30, 2008
ธัญญาหาร
:: 333 Views :: สาระน่ารู้

 มีสารอาหารอยู่ตัวหนึ่งที่เชื่อกันว่าเป็นประโยชน์ แม้วันเวลาผ่านไปนานเท่าไร ประโยชน์ของสารอาหารตัวนี้ ก็ยังคงอยู่ตลอด สารอาหารที่ว่านี้คือ ไฟเบอร์ หรือ ใยอาหาร นั่นเอง 

ไฟเบอร์ คือ สารอาหารประเภทแป้งที่รับประทานเข้าไปแล้วร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ แต่ถึงกระนั้น ใยอาหารเหล่านี้ก็ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกาย 

ใยอาหารมี 2 ประเภทคือ ไฟเบอร์ที่ละลายได้ในน้ำ และประเภทไม่ละลายในน้ำ ไฟเบอร์ที่ละลายได้ในน้ำ พบได้ในผักและผลไม้ทุกชนิด ในข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์

สำหรับไฟเบอร์ที่ไม่ละลายในน้ำ จะมีมากในธัญญาหาร เช่น ไฟเบอร์ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเรานานับประการ ผู้ที่ชอบรับประทางผักผลไม้ และ ธัญญาหารเป็นประจำจะได้รับไฟเบอร์ที่ช่วยลดการดูดซึมโคเสเตอรอล ทำให้ปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดลดลง นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก ๆ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี

คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้รับประทานไฟเบอร์วันละ 20 – 35 กรัม เพราะใยอาหารช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด อินสุลินสูงในเลือด โรคนิ่วในถุงน้ำดี นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งในลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง 

ถั่วแดงหลวง 

ถั่ว ถือเป็นธัญญาหารที่ให้ประดยชน์มากมายมหาศาล หารับประทานง่ายและราคาไม่แพง เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ถั่วดำ เป็นต้น สำหรับ “ถั่วแดงหลวง” หรือเรียก สั้น ๆ ว่า “ถั่วแดง” ก็เป็นถั่วอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น ไอศกรีม ขนมหวาน 


จากการศึกษาพบว่าถั่วแดงอุดมไปด้วยไฟเบอร์และกรดโฟลิก ที่ช่วยป้องกันการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก และ ช่วยบำรุงเลือด จึงเหมาะกับสตรีมีครรภ์ เนื่องจากถั่วแดงมีเส้นใยอาหารสูงมาก ถั่วแดง 100 กรัมให้ไฟเบอร์สูบถึง 4.6 กรัม จึงช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลได้ดี

งานวิจัยของ ดร.เจมส์ แอนเดอร์สัน แห่งคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยแพทย์เคนทักกี้ พบว่าการกินถั่วเมล็ดแห้งต้ม อย่างถั่วดำถั่วแดงประมาณหนึ่งถ้วยต่อวัน จะช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลวได้ประมาณร้อยละ 20 และเห็นผลได้ภายในสามสัปดาห์เป็นต้นไป นอกจากนี้สารโพลีโนลิกในถั่วแดง ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ด้วย

(ที่มา: ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ, หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉลับวันที่ 15 กันยายน 2548) 

เม็ดบัว 

ส่วนต่าง ๆ ของบัวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ในทุกส่วน โดยมีคุณสมบัติทั้งทางยาและใช้เป็นอาหารได้เป็นอย่างดี สำหรับเม็ดบัวนั้นสามารถนำมารับประทานได้ทั้งสดและแห้ง โดยในเม็ดบัวมีสารอาหารที่สำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะในโปรตีนมีประมาณ 23 % ซึ่งสูงกว่าข้าวถึง 3 เท่า นอกจากนี้ ยังเป็น แหล่งรวมธาตุอาหารต่าง ๆ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น ฟอสฟอร์ส แคลเซียม เส้นใยอาหาร และวิตามินซี

เม็ดบัวมีคุณสมบัติในการบำรุงประสาท บำรุงไต รักษาอาการท้องร่วงและโรคบิดเรื้อรังได้อีกด้วย โดยชาวไทยและชาวจีนนิยมบริโภคเม็ดบัวทั้งในรูปของอาหารคาวและอาหารหวาน 

 

ข้าวโพด 

ข้าวโพด จัดเป็นพืชจำพวกหญ้า เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ โดยนอกจากจะเป็นแหล่งให้พลังงานแล้ว ในเมล็ดข้าวโพด ซึ่งมีสีเหลืองยังให้สารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นแหบ่งวิตามินเอ ที่สำคัญ และยังมีธาติฟอสฟอรัส แมกนิเซียม และ แคลเซียมสูง สำหรับคุณสมบัติทางยาพบว่าในเมล็ดข้าวโพดมีคุณสมบัติในการบำรุงหัวใจ ทำให้เจริญอาหารได้ด้วย

  

ลูกเดือย

ในตำรายาจีน กล่าวว่า ลูกเดือยมีรสจืดเป็นธัญญาหารธาตุเย็น เมื่อรับประทานจะช่วยบำรุงม้าม ปอด แก้ไข้ แก้ท้องเสีย เหน็บชา ชักกระตุก บวมน้ำ ปอดอ่อแอ ฝีที่ลำใส้ สตรีตกขาวมามากกว่าปกติ ในตำรายาจีนจึงมักใช้ลูกเดือยบดผสมข้าว หรือต้มเป็นข้าวต้มกินทุกวันเพื่อบำรุงกำลัง แก้โรคปวดข้อ เรื้อรัง หล่อลื่นกระเพาะอหารและลำไส้ ทั้งยังเชื่อว่าการรับประทานลูกเดือยต้มน้ำตาลสามารถแก้ร้อนในได้


ในแง่ของสารอาหาร ลูกเดือยให้พลังงานแก่ร่างกายสูง จึงมีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง และลูกเดือยมีคาร์โบไฮเดรตสูงถึง 58-62% มีไขมัน 5 % มีโปรตีน 2 % และยังมีฟอสฟอรัสอยู่ในปริมาณที่สูงอีกด้วย นอกจากนี้ ยังให้วิตามินบี 1 มาก กว่าข้าวกล้องซึ่งช่วยในการแก้เหน็บชา

ข้อมูลการทดลองวิทยาศาสตร์พบว่าสาร Coxenolide ในเมล็ดเดือยมี สรรพคุณในการยับยั้งการเจริญของเนื้องอก และพบว่า สารสกัดด้วยน้ำจากรากและเมล็ดเดือย มีฤทธิ์ทำให้การหมุนเวียนของเลือดที่ผิวหลังดีขั้น มีฤทธิ์ทำให้การหยุนเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น และยังช่วยให้เส้นผลแข็งแรงและผิวสวยตามความเชื่อของคนจีน

แหล่งรวมไฟเบอร์ที่ร่างกายต้องการ



 Copyright 2007 by CP Meiji.com
| Login